FAQ

คำถามที่พบบ่อย

Sculptra ต่างจาก Radiesse อย่างไร ?

Sculptra มีส่วนประกอบหลักเป็น Poly-L-lactic acid (PLLA) ซึ่งเมื่อฉีดเข้าไปในผิวแล้ว จะกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และอีลาสติน โดยผ่านกระบวนการอักเสบ ส่วน Radiesse มีส่วนประกอบหลักเป็น Calcium Hydroxyapatite (CaHA) ซึ่งเป็นสารธรรมชาติที่มีอยู่แล้วในร่างกาย เมื่อฉีดเข้าไปในผิวแล้ว จึงสามารถกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และอีลาสติน ได้โดยไม่ผ่านกระบวนการอักเสบ ทั้ง 2 ตัว สามารถกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิวหนังได้ดี อาจจะไม่ต่างกันมาก แต่จุดเด่นของ Radiesse คือ สามารถฉีดในตำแหน่ง ร่องแก้ม ร่องมุมปาก สร้างกรอบหน้าได้ เหมาะสำหรับผู้ที่ใบหน้าขาดวอลลุ่ม แต่ไม่เหมาะกับคนมีแก้ม หรือเนื้อเยอะเท่าไหร่ค่ะ เนื่องจากหลังฉีด Radiesse จะให้วอลลุ่มคล้ายกับการเติมฟิลเลอร์ในช่วง 3 เดือนแรกค่ะ ทำให้อาจจะรู้สึกว่าแก้มเยอะขึ้น หน้าใหญ่ขึ้นได้ค่ะ ดังนั้น คนที่มีแก้มหรือเนื้อเยอะ แต่ผิวหย่อนคล้อย จะแนะนำให้ฉีด Sculptra มากกว่าค่ะ

ฉีดโบท็อกซ์เกาหลี กี่วันจะเห็นผลคะหมอ

โบท็อกซ์ที่ผ่านการรับรองแล้ว เห็นผลคล้ายกัน ไม่แตกต่างกันมากค่ะ ริ้วรอยเห็นผลใน 3-4 วัน ประมาณนี้ แต่ถ้าฉีดกรามก็จะรอประมาณ 7-14 วันแล้วแต่คนค่ะ

Sculptra เหมาะกับใครหรือผิวแบบไหน?

ถ้าให้หมอสรุปสั้นๆ sculptra น่าจะเหมาะกับ ผู้ที่ผิวหย่อนคล้อยไม่กระชับ มีริ้วรอยเล็กๆ ต้องการให้คุณภาพผิวดีขึ้น ใบหน้ายกกระชับ แบบเป็นธรรมชาติและอยู่ได้นาน

สาร PLLA เมื่อฉีดเข้าไปแล้ว สามารถสลายเองตามธรรมชาติได้ไหม ?

สาร PLLA หรือ Poly – L – Lactic Acid เป็นสารที่ฉีดเข้าไปใต้ผิวหนังเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน (ฺBiostimulator) ซึ่งจะเริ่มสลายเองตามธรรมชาติ ตอนประมาณ 6 เดือน และสลายหมดภายใน 1-2 ปี แต่ผลลัพธ์หรือคอลลาเจนที่ถูกสร้างขึ้น จะอยู่ได้นานอย่างน้อย 2 ปีค่ะ

Botox สามารถแก้ไขริ้วรอยทุกประเภทได้หรือไม่?

Botox เหมาะสำหรับริ้วรอยที่เกิดจากการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ สำหรับริ้วรอยลึกหรือร่องลึก อาจต้องใช้ร่วมกับ Filler หรือการรักษาอื่นๆ

ผลลัพธ์ของฟิลเลอร์อยู่ได้นานแค่ไหน?

ผลลัพธ์ของฟิลเลอร์มักอยู่ได้นานประมาณ 6-18 เดือน ขึ้นอยู่กับชนิดของฟิลเลอร์และตำแหน่งที่ฉีด

ฉีดโบท็อกซ์แล้วหน้าจะดูไม่เป็นธรรมชาติไหม?

การรักษาทุกโปรแกรมก็มีข้อควรระวังแตกต่างกันไป โบท็อกซ์เรื่องหน้าไม่เป็นธรรมชาติ ส่วนใหญ่เกิดจากฉีดเยอะเกินจำเป็นค่ะ ซึ่งหมอจะแนะนำให้เกินจำเป็นอยู่แล้ว และถ้าฉีดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและใช้ปริมาณที่เหมาะสม หน้าจะไม่ดูผิดธรรมชาติค่ะ เป้าหมายของเราคือให้คุณดูสดใสขึ้น ไม่ใช่เปลี่ยนโฉมหน้าของคนไข้ไป

การฉีด Botox เจ็บไหม?

การฉีดมีความเจ็บปวดน้อยมาก เราใช้เข็มขนาดเล็กและมียาชาทาให้ก่อนรับบริการหากต้องการค่ะ

Mesofat มีผลข้างเคียงระยะยาวหรือไม่?

โดยทั่วไป Mesofat ไม่มีผลข้างเคียงระยะยาวที่รุนแรง เมื่อทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ผลข้างเคียงส่วนใหญ่เป็นแบบชั่วคราว (บวม แดง ช้ำ) หายภายใน 1-2 สัปดาห์ กรณีพบรอยบุ๋มหรือผิวไม่เรียบ สามารถแก้ไขได้ ไม่พบรายงานผลข้างเคียงร้ายแรงต่ออวัยวะภายในหรือระบบร่างกาย การปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ช่วยลดความเสี่ยงได้มาก สรุป: Mesofat ค่อนข้างปลอดภัย ไม่มีผลข้างเคียงระยะยาวที่น่ากังวล แต่ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนรับการรักษา

ทำ HIFU ผลลัพธ์จะเห็นทันทีหรือไม่?

หลังทำ HIFU อาจเห็นผลลัพธ์เบื้องต้นได้ทันที แต่จะอยู่ในระดับ 10-20% เท่านั้น แต่ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดจะเห็นชัดเจนหลังจาก 2-3 เดือน เนื่องจากร่างกายต้องใช้เวลาในการสร้างคอลลาเจนใหม่ค่ะ